ReadyPlanet.com
วิสัยทัศน์ รมต.คลัง สั่งบาทอ่อนส่งออกโต อย่ามองโลกด้านเดียว article

ทุก1บาทกระทบ3.3%

ในทางทฤษฎีแล้วกรณีที่ค่าเงินบาทอ่อน ย่อมจะทำให้สินค้าไทยมีราคาถูกลง ทำให้ขายได้มากขึ้น เงินรายได้เข้าประเทศก็มากตามไปด้วย

เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 70% ขณะที่ผู้ส่งออกต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อวันที่ 1

เมษายนที่ผ่านมา รวมถึงราคาค่าเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันและก๊าซ อีกทั้งค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เงินบาทที่มีการเปลี่ยนแปลงทุก 1 บาท

จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ส่งออก 3.3% โดยจะมีผลต่อการแข่งขันกับประเทศคู่ค้า ดังนั้น ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างไทย จีน และอีกหลายๆ ประเทศ

จึงเลือกดำเนินนโยบายให้ค่าเงินอ่อน เพื่อกระตุ้นยอดการส่งออก

ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งนั้น จะเป็นผลดีต่อผู้นำเข้าสินค้าซึ่งจากข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่าการนำเข้าขยายตัวเกือบ 24%

ซึ่งเป็นผลจากการนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อทดแทนเครื่องจักรเก่าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

โดยเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าจากนี้ไปการผลิต และการลงทุนจะเดินหน้าและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะฉะนั้น

หากค่าเงินบาทอ่อนลงย่อมแสดงว่าผู้นำเข้าต้องจ่ายแพงขึ้น โดยบริษัทที่นำเข้าเครื่องจักรหรือนำเข้าวัตถุดิบจะมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการที่ไทยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันและก๊าซซึ่งเป็นต้นทุนหลักด้านการขนส่งและการผลิต ดังนั้น

หากค่าเงินบาทอ่อนในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างปัจจุบัน แน่นอนว่าไทยจะต้องจ่ายเงินซื้อน้ำมันเพิ่มขึ้น

และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ราคาการจำหน่ายน้ำมันในประเทศจะต้องปรับขึ้นตามไปด้วย ผลที่ติดตามมาคือเมื่อใดที่ราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้น

จะส่งผลให้ราคาสินค้าทั่วไปแพงตาม ค่าครองชีพก็จะสูงขึ้น นั่นหมายความว่า เงินเฟ้อ จะตามมาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

ประเด็นเรื่องของความกดดันต่อนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ต้องการให้การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

เติบโตไม่น้อยกว่า 7% น่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ รมว.คลังต้องออกมาแสดงบทบาทด้วยอาการที่ค่อนข้างแข็งกร้าวต่อเสียงคัดค้าน

เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมก็คือการพาดพิงถึงข้อคิดเห็นของอดีต รมว.คลังอย่างกรณ์ จาติกวณิชที่ไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าอดีต รมว.

คลังเป็นแค่ฝ่ายค้านไม่มีผู้ใดสนใจฟังความคิดเห็น อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

หัดเถียงให้น้อยลงหน่อยและฟังความเห็นของตนทุกอย่างจะดีเองบทเรียนวิกฤติปี40

ฟากหัวเรือใหญ่อย่างนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพทางด้านการเงิน ออกมาตอบโต้โดยระบุว่าเวลานี้

ธปท.ไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบาย โดยหากถอยหลังกลับไปเมื่อปี 2540 ซึ่งธปท.ผิดพลาดมากในการดำเนินนโยบายการดูแลความสมดุล

ธปท.ไปทำในเรื่องที่ตำราวิชาการมองว่าเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ คือ ไปทำ 3 อย่างพร้อมกัน ได้แก่ 1.ได้อนุญาตให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเสรี

2.ดำเนินนโยบายดอกเบี้ยแบบอิสระ ซึ่งช่วงนั้นเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นก็ขึ้นดอกเบี้ย และ3.ตั้งเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน ให้เงินบาทคงที่อยู่ที่ 27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ในทางตำราวิชาเห็นว่าทำ 3 อย่างไม่ได้และประสิทธิผลไม่ดี พอดอกเบี้ยในประเทศสูงกว่าต่างประเทศ เงินทุนก็เคลื่อนย้ายเข้ามา

ช่วงนั้นธุรกิจไทยก็กู้ยืมเงินจากต่างประเทศเยอะ โดยมีความรู้สึกว่าไม่มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพราะรัฐไปตรึงค่าเงินบาทไว้ ดังนั้นในปี 2540

เป็นบทเรียนที่ใหญ่หลวงมาก จึงเห็นว่าควรเลือก 2 อย่าง ซึ่งประเทศต่างๆ ก็ต้องเลือกและเราเลือก 2 อย่างแรก คือ

ให้เศรษฐกิจไทยยังคงมีเงินทุนเคลื่อนย้ายได้และมีนโยบายอัตราดอกเบี้ยอิสระ แต่ในส่วนอัตราแลกเปลี่ยนก็ปล่อยให้ยืดหยุ่นตามภาวะจนเป็นมาถึงทุกวันนี้

คุ้มไหมถ้าบาทอ่อน รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ

มีมุมมองต่อเรื่องดังกล่าวผ่าน "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า คงต้องย้อนคำถามกลับไปว่า การจะทำให้เงินบาทอ่อนมีวิธีการอย่างไร

การที่จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนก็คือการพิมพ์เงินบาทออกมาเพื่อไล่ซื้อดอลลาร์เข้ามาเก็บไว้ โดยจากข้อมูลที่ทราบก็พบว่าขณะนี้ปริมาณเงินดอลลาร์ที่ ธปท.

ซื้อเก็บไว้มีอยู่แล้วจำนวนมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากต้องการให้เงินบาทอ่อนค่าไปกว่านี้ก็คือต้องสร้างอุปทานเทียมให้กับเงินบาท

และสร้างดีมานด์เทียมของดอลลาร์ ทั้งนี้ ผลกระทบจากการพิมพ์เงินบาทออกมาแล้วที่แน่นอนก็คือปัญหาเงินเฟ้อที่จะตามมา

ซึ่งขณะนี้ปัญหาของราคาน้ำมันที่กำลังจะเพิ่มขึ้นก็มีโอกาสที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้ออยู่แล้วจากต้นทุนด้านต่างๆที่จะเพิ่มขึ้น ดังนั้น

หากมองตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้ว คำถามก็คือจะต้องพิมพ์แบงก์เพิ่มขึ้นมาอีกเพื่ออะไร ในเมื่อเงินเฟ้อพร้อมที่จะเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

โดยหากไม่ต้องการให้เกิดเงินเฟ้อก็มีทางเลือกอยู่ทางเดียวก็คือการดูดซับเงินกลับมา โดยให้ ธปท. พิมพ์พันธบัตรออกมาจำหน่าย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ ธปท.

ต้องจ่ายก็คือ 3% โดยเมื่อได้เป็นรูปเงินดอลลาร์กลับมา ส่วนใหญ่ก็จะรีไซเคิลโดยการเข้าซื้อพันธบัตรของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งปีได้ดอกเบี้ยเพียง 0.25% ขาดทุนไป

2.75% ด้วยเหตุผลแบบนี้หรือที่ต้องการทำให้เงินบาทอ่อน โดยแท้จริงแล้วทุกประเทศก็คงต้องการให้ค่าเงินอ่อน เพื่อเร่งการส่งออก

แต่เราต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกกับการนำเข้าในสัดส่วนที่เกือบจะเท่ากัน

เพราะฉะนั้นหากเร่งส่งออกมากแต่ในขณะเดียวกันการนำเข้าแพงขึ้นเป็นทวีคูณจากค่าเงินบาทที่อ่อนลงแล้วจะมีประโยชน์อย่างไร เศรษฐกิจต้องสมานฉันท์

สำหรับข้อมูลที่มีอยู่ก็จะบ่งบอกได้ว่าไทยมีการเกินดุลการค้าในแต่ละปี 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะฉะนั้นหากทำให้เงินบาทอ่อนลงอีก 2 บาท

ทำให้ได้เงินมาอีก 2-3 หมื่นล้านบาทก็จริง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการทำให้เงินบาทอ่อนลง 1-2 บาทจะต้องมีต้นทุนมากเพียงใด จากการพิมพ์เงินเพิ่ม

และต้องขาดทุนในด้านของอัตราดอกเบี้ยอีกเท่าไร "เรื่องการเมืองนั้นจะปรองดองหรือสมานฉันท์กันได้หรือไม่ก็ปล่อยให้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องนโยบายเศรษฐกิจ

หน่วยงานที่ดูแลด้านนโยบายการคลังกับหน่วยงานที่ดูแลนโยบายการเงินจะต้องหาทางสมานฉันท์กันให้ได้เพื่อทำให้นโยบายทั้ง 2

ด้านช่วยกันอย่างแข็งขันในการผลักดันเศรษฐกิจให้พัฒนา และสร้างความเชื่อมั่นทางสากล ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าทางด้านการเมืองมาก" ความนิ่งของเงินบาท

รศ.ดร.สมภพ ยังให้ความเห็นที่สำคัญอีกด้วยว่า ปัจจุบันค่าเงินบาทเป็นไปตามกลไกของตลาด ขณะนี้สิ่งที่น่าสังเกตก็คือค่าเงินบาทกำลังมีการบริหารจัดการได้ค่อนข้างจะนิ่ง

โดยที่ความนิ่งของเงินบาทนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญกว่าค่าเงินบาทที่จะอ่อนตัวมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะหวือหวา

ซึ่งความนิ่งของเงินบาทในอัตราที่เหมาะสมและเป็นไปตามกลไกของตลาด เชื่อว่าจะทำให้การบริหารการค้าระหว่างประเทศของไทยทำได้ง่ายขึ้น

เมื่อการบริหารการค้าระหว่างประเทศทำได้ง่ายขึ้นดังกล่าว ก็จะส่งผลทำให้การบริหารทรัพย์สินภายในประเทศมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,728 5-7 เมษายน พ.ศ. 2555

 

 

 

วิสัยทัศน์ รมต.คลัง สั่งบาทอ่อนส่งออกโต อย่ามองโลกด้านเดียว

 

โดย กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ

วันพุธที่ 04 เมษายน 2012 เวลา 09:31 น.

         กลายเป็นประเด็นร้อน กลายเป็นการตอบโต้ด้วยวิวาทะที่ดุเดือด และกลายเป็นเรื่องที่ขยายวงกว้าง สำหรับการจุดชนวนจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการเห็น "เงินบาทอ่อนค่า"ในระยะสั้นเพื่อสนับสนุนการส่งออกให้มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

เพราะเงินบาทที่อ่อนหรือแข็งค่าขึ้นนั้น เมื่อมีผู้ได้ประโยชน์ก็ต้องมีผู้เสียประโยชน์ การคิดแต่มุมบวกอย่างเดียว หวังผลส่งออกด้านเดียว

จึงเป็นคำถามย้อนกลับไปยังรัฐมนตรีคลังที่ดูแลรับผิดชอบเศรษฐกิจทั้งระบบ




ข่าวสารน่ารู้

คาดกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ได้รับผลบวกจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน article
กกร.ชี้ผลกระทบข้อพิพาทการค้าสหรัฐฯ-จีนส่งผลจำกัดต่อส่งออกไทย article
'ทุนฝรั่ง' จ่อเข้าเอเชีย! จับตา 'สหรัฐฯ' กีดกันการค้า เขย่าตลาดหุ้นโลก article
เงินบาทแข็งค่าเป็ด 31.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ สงครามการค้ากดดันตลาดการเงินระยะสั้น article
เปิดศึกกีดกัน 'สหรัฐ-อียู' ลุย ไทยถูกลูกหลง! article
สงครามการค้าตั้งเค้า หลัง‘ทรัมป์’เสนอรีดภาษีเหล็กนำเข้า article
พาณิชย์ปลื้ม!! ส่งออกเดือน ม.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี article
กสิกรไทยประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า(19-23 ก.พ.) ที่30.70-31.40 บาทต่อดอลล่าร์ฯ
เรียนรู้จากเวียดนาม เรื่องใบเหลืองจากอียูกรณี IUU article
ผ่าโครงสร้าง “ค่าแรงขั้นต่ำ” “SMEs-ธุรกิจบริการ-เกษตร” กระทบหนักสุด article
ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี’61 ทุกจังหวัด 5-22 บาท กระทบศก.ไทยในวงจำกัด article
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2561 สดใส ส่งออกและลงทุนภาครัฐคือกลจักรสำคัญ article
เหล็กขึ้นราคา รับเหมาก่อนสร้างจุก article
ทำไมไทยต้องเข้า TPP l โอฬาร สุขเกษม article
พาณิชย์กางแผนส่งออกปี 59 มุ่ง 50 เมืองจีดีพีสูงเป้าโต 4% article
เหล็กเส้นร้อง'ประยุทธ์'ช่วยด่วน หลังสมอ.ไฟเขียวเทรดเดอร์ 2 รายนำเข้าจากจีนดัมพ์ราคา article
เวียดนามคึกคัก ร่วมประชาคมเครษฐกิจอาเซียน article
ไตรมาส 3 'สหวิริยา' อ่วม บุ๊คด้อยค่า SSI UK 2.7 หมื่นล. article
‘ทียูเอฟ’ลุยซื้อกิจการต่อเนื่อง
คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นฉุดทองคำปิดร่วง
ไทยออยล์รายงานราคาน้ำมันดิบ 7 พ.ย.
รมว. คลังชี้ต้องปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง
มะกันคว่ำบาตรหมีส้มหล่นไทย
หุ้นเทสโกดิ่งต่ำสุดรอบกว่า11 ปี ส่วนมูลค่าทางการตลาดของบริษัทลดลง 178 ล้านปอนด์
เทสโก้ เครือข่ายค้าปลีกโลก สัญชาติอังกฤษ เผชิญภาวะขาลง ทั้งกำไรร่วง เจอเรื่องอื้อฉาวแจงกำไรสูงเกินจริง
พานิชย์จับมือเอกชนดันส่งออกโตยั่งยืน
อัดงบจัดแสดงสินค้าในภูมิภาค
บริษัท เจเอฟ อี สตีล จำกัด ผู้ผลิตแผ่นเหล็กเคลือบจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ถอนการลงทุนจากเวียดนามแล้ว
โลกจับตา สกอตแลนด์ลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษวันนี้
ลุยหักด่านอียู-สหรัฐ แนะทุกฝ่ายหันคบค้าพันธมิตรเอเชียทั้งจีน ญี่ปุ่น อาเซียนเพิ่มขึ้น article
ผวา โอบามา คว่ำบาตร เอกชนเครียด 2 แรงบวกทุบส่งออก/เชื่ออียู - มะกันไม่กล้าตัดสัมพันธ์ไทย article
พาณิชย์ ทำโรดแมพเร่งด่วน เอกชนขนทีมบินเจรจาสหรัฐ ถอด กุ้ง-ทูน่า พ้นบัญชีค้ามนุษย์ article
ลดชั้นต่ำสุด ไทยค้ามนุษย์ article
ส่งออกผวา GSP มะกันหมดอายุ article
การเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปกับความมั่นคงทางอาหาร article
ส่งออกกุ้งสาหัสขาลงรอบ 25 ปี article
ทัพธุรกิจไทยตะลุยเวียดนาม article
ส่งออกกุ้งดิ้นสู้ 'ซีวีดี'มะกันห่วงอินเดียบวกอินโดฯแซง article
ส่งออกโวย 4 สายเดินเรือต่างชาติ article
3 สถาบันมองต่างพณ.หดส่งออก article
จี้คลัง-ธปท.ดังกฎคุมบาทชี้ 'สงออก-บริโภค'Q2 ยังเสี่ยงชะลอตัวถึงติดลบ article
พรานทะเลเปิดตัว 'ข้าวมือถือ' article
รวมหัวถล่มแบงก์ชาติ! ภาคผลิตชี้ 30 บ. ต่อดอลลาร์เหมาะสม article
เอกชนชง 5 มาตรการเสนอแบงค์ชาติ-คลัง ช่วย ผปก.กระทบบาทแข็ง article
อุตฯชงครม.23 เม.ย.เสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบจ้างงานขั้นต่ำ 300 บ. article
2 ล้านล. ซ้ำแรงงาน เล็งปั้น 'แขกขายโรตี' เป็นโฟร์แมน/จี้รัฐนำเข้าทดแทน article
ลุ้น 2 เดือนกุ้งไทยพ้นวิกฤติ EMS article
แนะซื้อประกันความเสี่ยงรับวิกฤติไซปรัส article
ซีพีลุยขยายลงทุนกัมพูชา-ลาว article
ด่านสิงขรเปิดถาวรเม.ย.ยันพม่าไฟเขียวแล้ว article
เส้นทางเบอร์ 1 กุ้งโลกก้าวต่อไปยิ่งสุงยิ่งหนาว
ธุรกิจเชียร์ 'โอบามา' หวังมะกันสานต่อคิวอี 3โด๊ปศก./หวั่น 'รอมนีย์' กร้าวทำโลกระอุ article
สเปน แบนปลาทูน่ากระป๋อง 5 ชาติเตือนไทยพบสารตกค้าง article
วิกฤติยุโรปป่วน! อุตฯเหล็กทั่วโลก
ทุกสำนักแห่หั่นเป้าจีดีพี สัญญาณร้ายส่งออก-การบริโภคทรุดเกินคาด
สภาธุรกิจไทยฯ เปิด 9 อุตฯ รับก.ม.ลงทุนใหม่ของพม่า
ทูน่ากระป๋องอ้อนรัฐช่วย article
อาหารไทยไม่พ้นพิษยูโรโซน คาดโต 5.1%
เพื่อเป้าส่งออก 15% มิสชัน อิมพอสสิเบิล article
เอกชนผวาแรงงานพม่าขาด article
ราชาทูน่าโลก "ธีรพงศ์ จันศิริ" จากผู้ผลิตสู่เจ้าของแบรนด์ดัง article
รีแพรนด์ 'ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น' ผู้เชี่ยวชาญอาหารทะเลโลก article
ส่งออกไตรมาส 2 อ่วม กุ้งไก่สับปะรดกระอัก article
วัตถุดิบทูน่าส่อวิกฤต article
ชง ปู2 ดันเหล็กต้นน้ำแสนล.
เช็คราคาเหล็กปีนี้มี 2 ปัจจัยกดดัน
'ซีแวลูกรุ๊ป'ลั่นผงาดรับปีมังกร article
มาม่า-ปุ้มปุ้ยรับอทุกภัยเพิ่มกำลังผลิตเต็มสูบ article
ปุ้มปุ้ยแตกไลน์ผลิต article
ส่งออกเครียดมะกันยื้อจีเอสพี
พาณิชย์หวังสูงส่งออกโต 20 %



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 
 


บริษัท โอเรียนเต็ลแคน จำกัด

สำนักงานใหญ่
18/24 หมู่ 5 ซอยต้นสน ถนนเศรษฐกิจ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000 Tel: (0) 3446 8899 Fax: (0) 3483 1028
สาขาหาดใหญ่ 92 หมู่ 4 ถนนสายเอเชีย 43 ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 90310 Tel: (0) 7453 6335 Fax: (0) 7453 6489
www.orientalcan.com